หน้าแรก - โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการสถานศึกษา:enet

ต้นแบบการบริหารจัดการสถานศึกษา
นายบุญเลิศ แสวงทอง

081-8372143
bstmk1@gmail.com

หน้าแรก

เขียนโดย Super User

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

เรื่องราวส่วนใหญ่ใน Life Miscellaneous ผมจะจำมาได้ลางๆ แล้วพยายมบันทึกเก็บไว้ เพื่อสอนเตือนลูกๆ มีเรื่องนี้ ไม่ได้ จำ คัดลอกมาทั้งหมด จากเจ้าของเฟซบุ้ค ใช้ชื่อว่า Winai Pumbuntarik เป็นอย่างไร แล้วแต่จะพิจารณา โดยเรื่องราวที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงที่ สะท้อนปัญหาใหญ่ของเยาวชนไทย ซึ่งก็ต้องลองอ่านกันต่อไป.....บันทึกไว้ในเว็บไซต์ให้ด้วยที่ ednet.kn.ac.th/enet
#ประถม
เราอาจเล่นเกมส์แข่งกับเพื่อน
ปั่นจักรยานแข่งกับเพื่อน
#มัธยม
เราอาจจะคุยโว
อาจจะแต่งรถ จีบสาว
จีบหนุ่มๆ แข่งกับเพื่อน
#มหาวิทยาลัย
เราอาจจะแต่งหล่อ แต่งสวย
หาเครื่องประดับมาใส่
หาสมาทโฟนมาถือ มาแข่งกับเพื่อน

0
0
0
s2sdefault
เขียนโดย Super User

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

     "แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ...."

     จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย ขณะแนนกำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง

     "อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ"  แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ

     วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน วันที่ความรักงอกงามได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร ให้หลายๆ คู่ ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน!

0
0
0
s2sdefault
เขียนโดย Super User

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

วันหนึ่ง.....

           พ่อบอกว่า ถ้าพ่อตาย ไม่ต้องสวดอภิธรรม นะ !
           เราถามว่า ทำไมไม่สวดล่ะ...ครับ?
                                 พ่อบอกว่า สวดอภิธรรม คือการสวดเพื่อให้คนเป็นได้รู้จักธรรมมะ ได้สำนึกการใช้ชีวิตว่าอย่าประมาท แต่สมัยนี้ ต่อให้สวด 100 วัน ก็ไปนั่งคุยกัน ก้มหน้า ก้มตาดูแต่โทรศัพท์ สู้ให้พระท่านพักผ่อนดีกว่า หรือถ้าขัดไม่ได้จริงๆคือสวดแค่1 คืน แล้วเผาเลย...

           เราถามต่อว่า... แล้วอย่างนี้ลูกหลานจะมาทันเผาหรือครับ... ?
           พ่อบอกว่า การเผาศพนั้นเป็นหน้าที่ของสัปเหร่อ ส่วน ลูก หลาน ญาติพี่น้องคือผู้ร่วมพิธี และถ้าเขาคิดถึงเราให้มาหาตอนยังไม่ตาย ตอนที่พ่อมีชีวิตอยู่จะได้รู้สึกถึงความรักและกตัญญูของลูกหลาน ของญาติพี่น้องพอได้ชื่นใจบ้าง แต่หากตายแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ ลำบากกันเปล่าๆ มีอะไรที่จำเป็นต้องทำ ก็ทำต่อไป และการมางาน คนอยู่ที่นี่ ก็ต้องลำบากเตรียมการดูแลต้อนรับอีก...

           เรายังสงสัย... แล้วคนที่เราเคยไปช่วยงานเขาแล้วเขาอยากกลับมาช่วยงานเราคืนบ้างล่ะ หรือคนที่รู้จักที่นับถือกันอยากมาร่วมทำบุญกับพ่อล่ะ....?

พ่อบอกว่า : เวลาที่เราทำบุญทำทาน ทำความดี อย่าหวังถึงสิ่งตอบแทน หรือคาดหวังว่าเขาต้องกลับมาตอบแทนเรา การทำบุญทำทาน ให้ทำตามกำลังเรา ให้ไปแล้วคือการ ได้ฝึกทำจิตใจให้ละซึ่งกิเลส ความอยากต่างๆ และสำหรับคนที่รู้จัก อยากทำบุญร่วมกับพ่อ ก็ให้เขาเอาส่วนนั้น ทำกับพ่อแม่หรือบุพการีของเขา ถ้าไม่มีก็ไปทำบุญที่วัด หรือกับผู้ยากไร้ หรือที่ไหนก็ได้ ตามสะดวกของแต่ละคน แล้วจุดธูปอธิษฐานจิตบอกพ่อก็น่าจะได้.....ถ้าเป็นไปได้ลูกหลาน ญาติสนิท มิตรสหาย ใครทำบุญทำความดีก็ได้กับตน คนนั้นแหละ​ ไม่ต้องส่งรบกวนกันอีกแล้วจะดีที่สุด และการอ่านประวัติ ก็ไม่จำเป็นต้องสรรหาคำมาบอกเล่าคุณความดีให้เสียเวลาเผา เดี๋ยวจะค่ำมืดกว่าจะได้เก็บกระดูก เพราะที่ผ่านมา และนับจากนี้ พ่อจะสร้างคุณค่า และความดีไว้กับแผ่นดิน ด้วยการอยู่ในกรอบระเบียบ​ของสังคม, ไม่ขัดแย้งกับใคร, อยู่อย่างพอเพียง...ปลูกต้นไม้ สร้างป่า และธรรมชาติ เป็นอนุสรณ์ให้บอกเล่าประวัติของตนเอง...พอใจแล้ว

เรา ...?

0
0
0
s2sdefault